สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐ ได้อนุมัติการใช้งานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค สำหรับผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ขณะที่การฉีดในเด็กอายุ 12-15 ปี ยังเป็นการใช้งานในกรณีฉุกเฉิน

วัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค กลายเป็นวัคซีนชนิดแรกที่ได้รับการอนุมัติใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในสหรัฐฯ หลังจาก FDA ทบทวนข้อมูลต่างๆ รวมถึงการผลิตและข้อมูลจากผู้ได้รับวัคซีนราว 44,000 คน แล้วพบว่าวัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้ถึงร้อยละ 91 มีความปลอดภัย ผลิตได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ วัคซีนไฟเซอร์ได้รับอนุญาตให้ใช้งานในกรณีฉุกเฉินมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 และมีประชาชนมากกว่า 204 ล้านคนในสหรัฐได้รับวัคซีนของไฟเซอร์แล้ว ขณะที่วัคซีนป้องกันโควิดอีก 2 ยี่ห้อที่ใช้งานในสหรัฐอย่างโมเดอร์นา และ จอห์นสันแอนด์จอห์นสันนั้น ยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเต็มรูปแบบจาก FDA

ผลจากการที่ FDA อนุมัติให้ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ขณะนี้ รพ.เอกชน หน่วยงานเอกชน มหาวิทยาลัยและบริษัทต่างๆ สามารถจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค ได้โดยตรงแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อผ่านหน่วยงานรัฐเท่านั้นอย่างที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานสาธารณสุขคาดหวังว่า การอนุมัติใช้วัคซีนดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบอาจช่วยสนับสนุนโครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนในสหรัฐ โดยจะโน้มน้าวให้ชาวอเมริกันจำนวนมากขึ้นเชื่อว่า วัคซีนป้องกันโควิดของไฟเซอร์มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

เจเน็ต วูดค็อก รักษาการกรรมาธิการของ FDA กล่าวว่า “ในขณะที่ผู้คนหลายล้านคนได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างปลอดภัยแล้ว แต่เราตระหนักดีว่าสำหรับบางคน การอนุมัติวัคซีนของ FDA ในครั้งนี้อาจช่วยสร้างความมั่นใจให้เพิ่มมากขึ้นสำหรับการเข้ารับวัคซีน”

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ชาวอเมริกันราว 51% ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบโดสแล้ว แม้ว่าจะพบการติดเชื้อที่พุ่งขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักล้วนเป็นรัฐที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ